ไม้สัก : แก่นแห่งความงามอมตะ กับบทบาทใหม่ในการออกแบบบ้านสมัยใหม่
- Pantanate Tulatummathorn

- 22 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 20 พ.ย.

ไม้สัก : แก่นแห่งความงามอมตะ กับบทบาทใหม่ในการออกแบบบ้านสมัยใหม่
ไม้สักนั้นไม่ใช่แค่ไม้พื้นบ้านธรรมดาแต่คือไม้ที่เป็นดั่ง "ทองคำแห่งป่าไม้" ที่แฝงไปด้วยความหรูหราและความทนทาน ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนไม้สักก็ยังเป็นที่นิยมถูกนำมาใช้ในงานออกแบบและตกแต่ง จากอดีตก้าวผ่านเข้าสู่งานออกแบบในยุคสมัยใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ไม้สักเป็นไม้ที่มีเสน่ห์และศักยภาพ และด้วยคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้ของไม้สัก ทำให้ไม้สักยังคงเป็นตัวเลือกชั้นนำสำหรับบ้านในยุคสมัยนี้!
1. ไม้สัก: มากกว่าแค่ความสวยงาม - ข้อดีที่ไม่อาจมองข้าม
ความทนทานเหนือกาลเวลาของไม้สัก: เนื้อไม้ของไม้สักนั้นมีความแข็งแรง มีความมั่นคงสูง ทนต่อการขยายตัว-หดตัวจากความชื้น แม้ในสภาพอากาศแบบประเทศไทย จึงทำให้ไม้สักมีอายุการใช้งานยาวนานเป็นสิบๆ ปี
เมื่อใช้ไม้สักศัตรูไม้ไม่กล้ำกราย: ในเนื้อไม้สักนั้นมีน้ำมันธรรมชาติที่สามารถช่วยป้องกันปลวก มอด และเชื้อราได้ดีเยี่ยม จึงทำให้ไม้สักนั้นดูแลและบำรุงรักษาง่ายกว่าไม้ชนิดอื่นๆ
ไม้สักผิวสัมผัสอันเลอค่า: ไม้สักมีลายไม้ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งลายตรงและลา
ยคลื่น และมีสีเนื้อไม้ของไม้สักนั้นจะมีสีทองน้ำผึ้งอบอุ่นที่ ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปสีของไม้สักจะยังคงสีธรรมชาติไว้ได้ดีอาจจะมีออกน้ำตาลเข้มขึ้นบ้างแต่จะไม่ดำ
ไม้สักดูแลรักษาง่าย: ทำความสะอาดง่าย ทาสีหรือย้อมสีใหม่ได้ไม่ยาก แม้จะปล่อยให้เปลี่ยนสีตามธรรมชาติก็ยังสวยมีสไตล์
เป็นมิตรต่อการใช้สอย: เนื้อไม้ไม่บาดเท้า แม้จะเดินเท้าเปล่า

2. ไม้สักในงานตกแต่งภายใน: เน้นใช้งานจริง สร้างบรรยากาศอบอุ่น
พื้นไม้สัก (Flooring):

จุดเด่นของไม้สัก: การใช้ไม้สักปูพื้นนั้นช่วยจะช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นให้กับบรรยากาศภายนบ้านเป็นอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานต่างๆทั่วไปเช่นการเดินและการวางเฟอร์นิเจอร์ และไม้สักยังคงทนต่อการ ยืด หด แอ่น หรือ บิด จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศภายในตัวอาคารได้อย่างดี
การประยุกต์ใช้ไม้สัก: ไม้สักนั้นเหมาะกับการนำไปใช้ในทุกสไตล์บ้าน ตั้งแต่แบบคลาสสิก โมเดิร์น ไปจนถึงสแกนดิเนเวียนใช้ปูทั้งบ้านหรือเฉพาะห้องนั่งเล่น ห้องนอนเพื่อสร้างจุดโฟกัส ในบัจจุบันเราจะสามารถเห็นการประยุกต์ใช้ ไม้สักในการตกแต่งมากขึ้นทั้งแบบร่วมสมัยและสไตล์โมเดิร์น เนื่องจากโทนสีและลวดลายของไม้สักนั้นอยู่ในโทนสีที่อุ่นกำลังพอดี ไม่ออกไปทางโทนสีร้อนมากจนเกินไป ทำให้ไม้สักนั้นสามารถนำไปใช้ในงานออกแบบตกแต่ง และกลมกลืนกับการออกแบบได้หลากหลายสไตล์ อีกทั้งไม้สักยังสามารถนำมาฟอกสีให้อ่อนลงได้ง่ายและเมื่อทำให้สีของไม้สักอ่อนลงแล้วก็สามารถนำมาใช้ตกแต่งใน mood & tone ที่ออกไปทางสีโทนเย็นได้มากขึ้นอีกด้วย
ผนังไม้สัก (Wall Cladding):

จุดเด่นของไม้สัก: การนำไม้สักมาใช้ในงานผนังสามารถสร้างพื้นผิวและมิติที่น่าสนใจได้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในธรรมชาติ เพิ่มความอบอุ่นแทนการใช้สีหรือวอลล์เปเปอร์ และด้วยไม้สักเป็นไม้ที่มีมูลค่าสูง ไม่ว่าจะออกแบบไปในทาง Loft หรือ Industrial ก็ยังคงสามารถแฝงความเป็น Luxury เข้าไปได้อย่างแนบเนียน
การประยุกต์ใช้ไม้สัก: ใช้ไม้สักปิดผนังทั้งห้อง (โดยเฉพาะห้องรับแขก ห้องทำงาน), ใช้ไม้สักทำเป็นฟีเจอร์วอลล์หลังหัวเตียง หรือปิดเฉพาะครึ่งล่าง (Wainscoting), ใช้ไม้สักในห้องน้ำแบบครึ่งเปียกครึ่งแห้ง (เลือกไม้สักผ่านการอบฆ่าเชื้อและอัดน้ำยาอย่างดี)
เพดานไม้สัก (Ceiling):

จุดเด่นของไม้สัก: การใช้ระแนงฝ้าไม้สักสำหรับฝ้าเพดาลสามารถเพิ่มความสูงลวงตาให้กับห้องได้ (หากติดตั้งถูกทิศทาง), ไม้สักสามารถสร้างบรรยากาศให้บ้านดูมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเหมือนบ้านในสวนหรือรีสอร์ท และเนื่องจากไม้สักนั้นมีความทนทานต่อความชื้นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงสูงจึงสามารถนำไม้สักมาใช้เป็นระแนงฝ้าภายนอกได้อีกด้วย และด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานสูงของไม้สักการนำไม้สักมาใช้ในงานในงานฝ้าเพดาลซึ่งเป็นจุดที่ดูแลและทำความสะอาดยากสามารถช่วยลดปัญหาการดูแลลงได้ด้วย
บันไดและราวกันตกไม้สัก (Stairs & Railings):

จุดเด่นของไม้สัก: การใช้ไม้สักในงานบันไดทำให้บันไดมีความแข็งแรงทนทานอายุการใช้งานยาวนานเป็นสิบๆปี และยังให้ความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย เนื่องจากผิวสำผัสของไม้สักนั้นหากเคลือบด้วย Oil ธรรมชาติ หรือ Hardwax Oil จะทำให้ผิวสำผัสของไม้สักยังคงผิวสัมผัสของไม้ธรรมชาติอยู่ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการลื่นล้มได้เป็นอย่างดี และอีกทั้งไม้สักยังมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์การใช้ไม้สักเป็นลูกนอนบันไดและราวกันตกเหมาะกับแบบบ้านไม่ว่าจะเป็นงานบันไดปูนผนังขาวแนว Minimal, Muji หรือ จะโครงบันได้เหล็กสีดำแนว Loft, Industrail ก็สามารถผสมกับไม้สักได้อย่างลงตัว
3. เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก: ความลงตัวระหว่างความงามและฟังก์ชัน

โต๊ะ เก้าอี้ โซฟาโครงไม้สัก: การใช้ไม้สักในงานเฟอรนิเจอร์ตอบโจทในเรื่องการใช้งานได้หลายอย่าง เพราะไม้สักนั้นทนทานรับน้ำหนักได้ดี ไม่ว่าจะใช้เป็นโครงไม้ภายในเฟอร์นิเจอร์ หรือเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัว การใช้โครงไม้สักทำให้เฟอร์นิเจอร์มีความคงทนแข็งแรงและยังตัดปัญหาเรื่องปลวกที่อาจจะมากัดกินไม้โครงได้อีกด้วย และไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกินข้าวและเก้าอี๊ไม้สัก สามารถเพิ่มบรรยากาศความเป็นธรรชาติและความหรูหราให้กับบ้านได้อีกด้วย ทั้งนี้การออกแบบบางประเภทอาจจะต้องการเลี่ยงการใช้ไม้หรือให้มีไม้ภายในบ้านเยอะเกิดไป การแซมไม้เช้าในงานออกแบบด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก สามารถลดความแข็งกระด้างของบรรยากาศลงได้และอีกทั้งยังไม่ทำให้ลวดลายไม้ในงานออกแบบนั้นเยอะจนเกินไป
ตู้ โต๊ะเครื่องแป้ง เตียงไม้สัก: ไม้สักให้ความคลาสสิกและดูมีราคา และไม้สักยังให้ความคงทนสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ใช้งานหนัก
ชั้นวางของและของตกแต่งไม้สัก: การใช้ของตกแต่งที่ทำจากไม้สักชิ้นเล็กๆ เช่น กรอบรูปไม้สัก แจกันไม้สัก ที่ใส่มีดไม้สัก ก็ช่วยเสริมลวดลายและความอบอุ่นให้พื้นที่
4. ไม้สักในงานดีไซน์บ้านยุคใหม่: ประยุกต์อย่างชาญฉลาด

การผสมผสานกันระหว่างไม้สักกับการออกแบบสไตล์โมเดิร์น มินิมอล
(Teak & Modern Minimal):

ใช้ไม้สักเป็น "จุดดึงดูด" เพียงจุดเดียวในห้องที่เน้นความเรียบง่ายและใช้สีโทนกลาง เช่น พื้นไม้สักในห้องนั่งเล่นที่ผนังเป็นโทนสีขาว, ทำผนังไม้สัก 1 ด้านและผนังด้านอื่นของห้องเป็นสีขาว หรือในห้องใช้เพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ไม้สักชิ้นเด่นหนึ่งชิ้นในห้องที่โล่งโปร่งหรือห้องที่มีโทนสีที่ตัดกับไม้สักได้เป็นอย่างดี เพื่อดึงความเด่นของไม้สักออกมาโดยที่ไม่ให้มีไม้เยอะจนเกินไป
ไม้สักคลุกเคล้ากับวัสดุอุตสาหกรรม (Teak & Loft, Industrial design):

การออกแบบ Loft ผสม Industrial ที่นำไม้สักมาใช้เป็นองค์ประกอบหลัก สร้างเอกลักษณ์ที่ลงตัวระหว่างความดิบเท่ของสไตล์อุตสาหกรรมกับความอบอุ่นเป็นธรรมชาติของไม้สักซึ่งมีลายไม้ที่สวยงาม สีทองน้ำผึ้ง และผิวสัมผัสที่ลื่นเนียน ช่วยตัดกับวัสดุที่มีความดิบอย่างเช่น เหล็กดิบ คอนกรีตเปลือย หรืออิฐ ได้อย่างน่าสนใจ โดยไม่ทำให้เสียบรรยากาศความลอฟท์ แถมไม้สักยังเพิ่มความหรูหราและชีวิตชีวาได้อีกด้วย
การนำไม้สักมาใช้ เช่น
- ปูพื้นด้วยไม้สัก ให้ความรู้สึกอบอุ่นทันทีที่เดินเข้าไป
- ทำเป็นโครงผนังหรือแผ่นระแนงผนังไม้สัก ให้ตัดกับผนังคอนกรีต
- ออกแบบโดยใช้เฟอร์นิเจอร์หลัก(โต๊ะ, ตู้, ชั้นวางของ) ให้มีไม้สักผสมผสานเป็นท็อปโต๊ะไม้สัก ขาโต๊ะ เป็นเหล็ก
- ใช้ไม้สักเป็นคานตกแต่งหรือประตูไม้สักบานใหญ่
ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จากการผสมผสานไม้สักเข้าไปคือพื้นที่ที่มรีโทนสีอบอุ่นของไม้สักช่วยลดความเย็นและแข็งกระด้างของสไตล์ Loft และ Industrial ลง สร้างความคอนทราสต์ที่สมดุลระหว่างความโมเดิร์นกับความคลาสสิก ทำให้พื้นที่ดูมีมิติ น่าอยู่ และมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร
ไม้สักกับการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน & ญี่ปุ่น หรือเรียกอีกชื่อว่า เจแปนดิ (Teak and Japandi):

เมื่อความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น (Japanese Minimalism) เจอกับความอบอุ่นแบบสแกนดิเนเวียน (Scandinavian Warmth) จึงเกิดแนวการออกแบบที่เรียกว่า "Japandi" ขึ้นมา วัสดุธรรมชาติอย่างไม้สักสามารถสร้างและผสมผสานกับสไตล์การออกแบบนี้ได้อย่างลงตัวที่สุด บรรยากาศของความสงบและฟังก์ชันพบกับความนุ่มลึกของเนื้อไม้สักผสานเข้ากันได้เป็นอย่างดี
ไม้สัก ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือหัวใจของการออกแบบสไตล์ Japandi ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:
สีทองธรรมชาติและลายไม้สวยงามของไม้สัก ให้ความอบอุ่นแบบนอร์ดิก พร้อมกับความรู้สึกสงบแบบสไตล์ญี่ปุ่น
ผิวสัมผัสเรียบลื่นและทนทานและลวดลายธรรมชาติของไม้ สะท้อนปรัชญา "Wabi-Sabi" ที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์อย่างงดงาม
กลิ่นอายเอเชียในลายไม้สัก ช่วยดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้ามาในสเปซได้อย่างแนบเนียน
การนำไม้สักมาใช้ สามารถสร้างชีวิตชีวาในสไตล์ Japandi ได้อย่างไร?
พื้นไม้สักเกรด A : ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เน้นลวดลายธรรมชาติเป็นจุดโฟกัส
เฟอร์นิเจอร์หลักจากไม้สักทรงเรียบง่าย : โต๊ะทานข้าวลอยตัวไม้สัก ตู้เก็บของระบบปิดทำจากไม้สัก ที่เน้นฟอร์มคลีน แต่โชว์ลายไม้สักธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุง
ผนังครึ่งไม้ครึ่งปูนเปลือย : ใช้ ไม้สัก ทำเป็นแผงคั่น หรือชั้นวางของลอยตัว ตัดกับผนังสีเอิร์ธโทน
ของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ : กรอบรูป เตียงไม้ต่ำ หรือตะเกียงกระดาษทรงโมเดิร์น ที่ทำมาจากไม้สัก สามารถช่วยเพิ่มความลงตัวของพื้นที่โดยรวมได้
> สุดท้ายแล้ว Japandi ที่ดีต้อง "หายใจ" เป็นธรรมชาติ และ "ไม้สัก" คือวัสดุที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหนือชั้น ทั้งในแง่สุนทรียะ ความทนทาน และการเชื่อมโยงอารมณ์ สร้างพื้นที่ที่ "ว่าง" แต่ไม่ว้าเหว่ "เรียบ" แต่ไม่จืดชืด นี่คือเสน่ห์ที่ไม้สักมอบให้กับทุกพื้นที่อย่างแท้จริง
สรุป: ไม้สัก คือ มรดกทางธรรมชาติสู่การออกแบบที่ยั่งยืน
ไม้สักไม่ใช่แค่ "ไม้" แต่เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความทนทาน และการออกแบบที่ใส่ใจธรรมชาติ การจะนำไม้สักมาใช้ในบ้านยุคใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สไตล์ดั้งเดิมอีกต่อไป ด้วยการประยุกต์อย่างชาญฉลาด ผสานกับวัสดุสมัยใหม่ และเน้นการใช้งานจริง ไม้สักสามารถเป็นพระเอกที่เติมเต็มทั้งความสวยงามแสนคลาสสิก ความอบอุ่นเป็นมิตร และฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือชั้นให้กับทุกพื้นที่ในบ้านของคุณ
การลงทุนในไม้สัก คือ การลงทุนในคุณค่า ความงาม และอายุขัยที่ยืนยาว... ผลตอบแทนคือบ้านที่อบอุ่นเป็นเอกลักษณ์และมีเรื่องราวเล่าขานไปอีกหลายรุ่น**

บทความโดย เฮงทวีค้าไม้ (Hengtawee Wood & Flooring)
02-241-2622
Line : @hengtawee
210/7-9 ถ.อำนวยสงคราม
เขตดุสิต แขวงถนนนครไชยศรี
10300 กทม


ความคิดเห็น